วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Planetp Broadcast ............................................................................... Music Nova

Tags:  Adult ๐ Alternative ๐ Contemporary ๐ Indie ๐ Favorite ๐ Hitz ๐ เพลงสากลร่วมสมัย 


วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บทกวี >> ขยะ

เมื่อขยะปฏิกูลพอกพูนไทย ขยะในใจคนก็ล้นตาม
จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมหนอใจเจ้า
ในน้ำเน่ายังมีจันทร์ให้ฝันหรือ
สองมือเจ้าก็แคล่วคล่องทั้งสองมือ
ไยไม่รื้อร่องวิบัติให้พลัดไป

ในน้ำเน่าเงาจันทร์สิงก็จริงอยู่
แต่คงความหดหู่หรือมิใช่
เมื่อขยะปฏิกูลพอกพูนไทย
ขยะในใจคนก็ล้นตาม

ก่อกาลีผีร้ายย่างกรายเกลื่อน
ให้แปดเปื้อนประชาชนอีกล้นหลาม
ต้องจำยอมจ่อมจมสังคมทราม
กับสำนึกเหยียดหยามประณามตน

ที่ทนทานทบท่าวระทมทุกข์
สาละวนเสพสุขทั้งใจหม่น
ปล่อยเมฆร้ายผลาญพร่าฟ้าเบื้องบน
ให้ฟ้าหมองเยี่ยมยลแต่อนธกาล

วันนี้แสงเรื่อเรืองแห่งเมืองรุ้ง
เริ่มทิ้งคุ้งโค้งระยับกลับถึงบ้าน
เคืองระคายแค้นคามาเนิ่นนาน
กลับฉายฉานปรัศนีย์ที่ควรคิด


วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

# หลักจำคำเป็น - คำตาย @ อักษรสามหมู่ @ ไม้ม้วน #

ภาษาไทย ใช้ให้เป็น

ท่วงทำนองเสนาะปานประหนึ่งเสียงดนตรีถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาษาไทยที่จะหาภาษาอื่นใดในโลกมาเปรียบได้ยาก เรามีทั้งเสียงสูง-ต่ำ..หนัก-เบา...สั้น-ยาว มากำหนดเกณฑ์การออกเสียงทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน จนทำให้สามารถเลียนเสียงภาษาอื่นทั่วโลกได้เกือบทุกภาษา  ทั้งยังเอื้อต่อการสร้างความไพเราะในงานประพันธ์ร้อยกรอง ตลอดจนการผันเสียงเพื่อสร้างจังหวะของคำให้กระชากกระชั้นหรือทอดยาวตามอารมณ์ของการสื่อสารทางภาษาอีกด้วย ซึ่งปัจจัยสำคัญของการออกเสียงให้ได้อารมณ์ครบถ้วนเหล่านี้ ก็เพราะเรามีทั้งคำเป็นและคำตายรวมทั้งอักษรสูง กลาง ต่ำไว้ใช้ในภาษาของเรานั่นเอง      

มีหลักจำเป็นรูปประโยคง่าย ๆ ดังนี้

    ๑. คำเป็น...
      คุณตาขายาว เคยนั่งหาวชิมลำไยผลโต หรืออาจจำเป็นรูปคำสั้น ๆ ก็ได้ว่า "ยวงมน"
        หมายถึง พยางค์ที่ประสมกับสระเสียงยาวในแม่ก.กา (กา กง กน กม เกอย เกอว) และ รวมทั้งสระเสียงสั้น อำ ไอ ใอ เอา ด้วยเพราะถือว่าออกสำเนียงที่มีตัว กำกับอยู่ 
        ขยายความเพิ่มเติมกันงงสักนิดเกี่ยวกับสระเสียงสั้น เสียงยาว เพราะอาจเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะการนำไปใช้ในการเขียนบทกวีที่มีบังคับฉันทลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ขอยกตัวอย่างจากคำที่มีเสียง 'ม ย ว' สะกดแล้วก็แล้วกัน เช่น คำ (เสียงสั้น) คาม (เสียงยาว, ..ไทย (เสียงสั้น) ทาย (เสียงยาว),..ให้ (เสียงสั้น) หาย (เสียงยาว)...เข้า (เสียงสั้น) ข้าว (เสียงยาว) เป็นต้น ทั้งหมดนี้ ถือเป็นคำเป็นทั้งสิ้น
     
         ๒. คำตาย...  เพราะจิตคิดคด ชอบพูดปดนัก
        หมายถึง พยางค์ที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก.กา รวมทั้งสระเสียงสั้นและยาวที่มีตัวสะกด กก กบ กด ด้วย ตัวอย่างเช่น คะ (สระเสียงสั้น) คัด..(ตัวสะกดเสียงสั้น) คาด (ตัวสะกดเสียงยาว) , โละ..รก..โลก, กะ..กับ..กาบ, เลาะ..ล็อก..ลอก ฯลฯ เป็นต้น หรืออาจจำที่สำเนียงอักษรตัวสะกดเป็นคำง่าย ๆ ว่า “กบฏ”ิ (ก..บ..ด) ก็ง่ายดี



วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทกวี >> สวัสดี คุณครู

ขอกราบครูผู้จุดเทียนการเขียนอ่าน
สวัสดีคุณครูผู้สอนศิษย์ 
คารวะตั้งจิตอธิษฐาน  
เทิดฐานะคำว่า ครู..อาจารย์ 
ดุจสะพานปัญญาแห่งธาตรี 

ขอกราบครูผู้จุดเทียนการเขียนอ่าน 
มุ่งสืบสานวิทยาโดยหน้าที่ 
เป็นรอยบุญหนุนนำคุณความดี 
ตามวิถีที่มนุษย์ควรรุดไป 

เพราะชีวิตวุ่นว้างบนทางเปลี่ยว 
ช่างคดเคี้ยวโขดเขินเกินวิสัย 
จะฝันข้ามตามรักสู่หลักชัย 
โดยขาดไร้ผู้แผ้วถางนำทางตน 

ครูผู้เอื้ออาทรจึงสอนสั่ง 
เพียรต่อตั้งเฝ้าสังเกตให้เหตุผล 
ขับคุณค่าความงามความเป็นคน 
บนถนนสายเวลาอนาคต 

ละล่องลอยคล้อยเคลื่อนเดือนปีคล้อย 
เรือชีวิตแล่นลอยตามบาทบท 
ครูยังคงเป็นครูผู้งามงด 
ไม่ราลดหมายศิษย์นี้ดีกว่าเดิม 



วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

# ร้อยกระบวนสำนวนไทย (๔) #

ร้อยกระบวนสำนวนไทย (๔)..กลอนสุภาพ

ตำน้ำพริกละลายในแม่น้ำ
เผ็ดจะนำรสได้อย่างไรหนอ
เปรียบงานนิดคิดเสียเพลินจนเกินพอ
เขาเยินยอจ่ายไม่ยั้งหวังคำชม
เอาเนื้อหนูปะเนื้อช้างหวังเอาหน้า
กับมหาเศรษฐีมีเงินถม
เจียดสินทรัพย์อย่างโก้แท้โง่งม
เราล่มจมเขามากเพิ่มแค่นิดเดียว
หวังงานใหญ่อย่าลองเล่นเช่นยาจก
กุ้งฝอยตกปลากะพงคงเสียเที่ยว
ลงทุนน้อยกำไรมากยากนักเชียว
กว่าขับเคี่ยว กว่าได้การ นานนานที
ไม่เห็นน้ำด่วนไปตัดกระบอก
อาจเสียดยอกทุกข์ทนรนหาที่
ยังไม่ถึงเวลาค่าควรมี
ด่วนทำไปก็เปล่าปลี้มีแต่เปลือง
เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้างเอาอย่างเขา
เที่ยวเกลือกกลั้วมัวเมาไม่เข้าเรื่อง
เขามั่งมี เรามีมั่ง ตั้งตาเคือง
เลียนแบบความฟุ้งเฟื่องเซื่องเซื่องไป
กินข้าวร้อน นอนตื่นสายอย่างนายเหนือ
รักสบายอยู่ทุกเมื่อน่าเบื่อไหม
ทุกงานทำก็ฝืนทำเพราะจำใจ

เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งอมือตีน
คอยผัดวันประกันพรุ่งมุ่งผัดผ่อน
ต้องเดือดร้อนเพราะพาทีไม่มีศีล
ใครจะรอต่อให้แน่แม้ปวีน
ยากป่ายปีนความสำเร็จเสร็จทันกาล
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โวหารเปรียบ
ยกทำเนียบวิทยามหาศาล
ยังเป็นรองร้อยรสพจมาน
ที่ขับขานออกไปให้คนยิน
อุปมาขุมคลังแห่งความรู้
ถ้าเก็บอยู่มีแค่ไหนเหมือนไร้สิ้น
ต่อแสดงให้เห็นเป็นอาจิณ
จึงแถวถิ่นปัญญาบ่าไหลไป
เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด
หมายชี้ชัดพัฒนาการอันยิ่งใหญ่
ครั้งบุร่ำโบราณเห็นการณ์ไกล
รังสรรค์ไว้เพื่อรุ่นหลังรังสรรค์ตาม
หวานเป็นลม ขมเป็นยา อาหารจิต
อย่าด่วนคิดไขว้เขวจนเข็ดขาม
เปรียบปากหวานออดอ้อนอาจซ่อนทราม
ที่ป้องปรามมักจะขมด้วยคมคำ
ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ ท่านแนะว่า
อยู่ภายใต้บัญชาอย่าเหยียบย่ำ
ทุกคำสั่งมีไว้ให้คนทำ
ถึงจะขาวหรือดำต้องจำทน



วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

บทกวี >> โลกสีขาว..ของหนู

โลกสีขาวของหนู..อยู่ที่ไหน
 โลกสีขาวของหนูอยู่ที่ไหน มันอยู่ในกระดาษวาดเขียนหนู หรืออยู่ในชอล์คที่ถือในมือครู หรือเป็นเพียงคำหรูหรูหนูเคยฟัง โลกสีขาวอยู่ไหนหนูไม่เห็น ตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่เห็นหวัง เห็นแต่รอยขาดวิ่นอันภินท์พัง กับคราบอันเกรอะกรังประดังประเด ลับแววตาฝ่าสายลมจนคมกริบ เพ่งกระพริบตามทางไม่ห่างเห โลกวิมุติทรุดซวนแกมรวนเร เหมือนพ่ายพับกับเสน่ห์แห่งโลกีย์ โลกสีขาวจึงวันนี้กลายสีหม่น ฉาบทะเลผู้คนอยู่ทุกที่ เกลื่อนความหมองนองน้ำตาล้นราคี เปล่งประกายความดีด้วยสีดำ เหมือนไฟไหม้ฟ้าหม่นจนโลกมืด ม่านเทาทึมขึงพืดยังมิหนำ กาลกิณีผีร้ายร่ายระบำ เข้าเหยียบย่ำทำร้ายแต่วัยเยาว์


วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บทกวี >> บานประตู

บานประตูมีไว้ให้เปิดกว้าง
บานประตูมีไว้ให้เปิดกว้าง 
ใช่แค่เพียงอำพรางซ่อนบางสิ่ง 
หรือจำนนพ่ายแพ้อย่างแท้จริง 
จึงปิดตายไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้น 

บานประตูมีไว้ใช่แค่แง้ม 
หากยังถูกแต่งแต้มด้วยสีสรรพ์ 
ที่รอการเปิดไขใช่ทางตัน 
แต่คือก้าวสำคัญสู่โลกงาม 

ถึงรั้วหนากล้าแกร่งกำแพงกั้น 
ก็ไม่อาจหยุดฝันอันไหวหวาม 
เพราะหัวใจนักสู้ทุกผู้นาม 
ไม่เคยหยุดติดตามหาตัวตน
 
ตราบรำเพยแห่งสายลมยังพรมพัด 
ไม้ยังผลัดใบบังยังร่วงหล่น 
กระแสแห่งศักดิ์ศรีเสรีชน 
ย่อมว่ายวนรี่ไหลในสำนึก
 
เมื่อแสงทองส่องเตือนการเคลื่อนไหว 
แสงก็ส่องห้องหัวใจให้รู้สึก 
สะทกสะท้อนวามวู่อยู่ลึกลึก 
ให้ตริตรึกลึกซึ้งถึงทางควร



วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

นิทาน (๑) นกแสงตะวัน

นกแสงตะวัน...ฤดูหนาวปีนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน ฤดูหนาวปีนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน ยาวนานเสียจนท้องทุ่งเขียวขจีอันเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดต้อง เปลี่ยนแปลงไป ทุกหนทุกแห่งกลับกลายเป็นสีขาวโพลนของหิมะ ที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น แผ่คลุมความหนาวเย็นอันร้ายกาจกินอาณาบริเวณไปไกลแสนไกล
สัตว์ต่าง ๆ พากันอพยพหนีหนาวไปจนสิ้น บ้างที่หนีหนาวไม่ทันก็ค่อย ๆ ทยอยล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลืออยู่ก็อ่อนล้าโรยแรงลงไปทุกที แม้แต่นกอินทรี ผู้ได้ชื่อว่า ราชาแห่งท้องทุ่งกว้าง ก็ยังทนท้าความหนาวเย็นไม่ไหว จำยอมละทิ้งความหยิ่งผยอง ทิ้งตัวจากยอดไม้ลงมานอนฟุบอยู่กับกองหิมะอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
         ห่างออกไปตรงชายเนิน นกแซงแซวกับนกกาเหว่านอนทอดตัวนิ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน ไม่มีใครรู้ว่านกทั้งสองเพียงแค่สลบไสลหรือลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ.. ถึงยังมีชีวิตอยู่ก็คงยากที่จะหาความช่วยเหลือจากใครได้ เพราะในยามนี้ ทุกชีวิตล้วนตกอยู่ในสภาพเดียวกันทั้งนั้น หนาว..เหนื่อย..และหิว สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ก็คือ ประคองชีวิตให้รอด เพื่อรอให้ฤดูหนาวอันทารุณนี้ได้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว
นกแสงตะวันมองความเป็นไปบนท้องทุ่งกว้างแห่งนี้ด้วยความเศร้าใจ         เจ้านกแสงตะวันมองความเป็นไปบนท้องทุ่งกว้างแห่งนี้ด้วยความเศร้าใจ มันรู้สึกสงสารเพื่อนนกที่กำลังถูกทำร้ายจากความหนาวเย็นเป็นยิ่งนัก ตัวมันเองโชคดีที่ทิ้งถิ่นไปหากินทางใต้เสียนาน โดยไม่ทันล่วงรู้มาก่อนว่าจะกลับมาเจอสภาพอากาศเลวร้ายเช่นนี้เข้า ในตอนแรก มันตั้งใจจะบินผ่านเลยไปเหมือนกับเพื่อน ๆ ของมัน แต่เมื่อเหลือบเห็นเป็ดป่าฝูงหนึ่งกำลังดิ้นกระเสือกกระสนอยู่เหนือผิวน้ำ ที่กำลังแข็งตัวอยู่เบื้องล่าง หมายที่จะโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง มันจึงตัดสินใจบินแยกจากฝูงลงมาเกาะบนยอดไม้บริเวณนั้น และเพียงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ นกแสงตะวันก็พอจะคาดเดาได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุ่งกว้างแห่งนี้ ร้ายแรงเกินกว่าที่มันจะนิ่งเฉยอยู่ได้

"นี่ถ้าไม่มีใครทำอะไรสักอย่างละก็ คงไม่มีใครเหลือรอดไปแน่ ๆ"
        "นี่ถ้าไม่มีใครทำอะไรสักอย่างละก็ คงไม่มีใครเหลือรอดไปแน่ ๆ" นกแสงตะวันคิด พลางขยับปีกอย่างไม่สบายใจที่เห็นเพื่อนนกหลายต่อหลายตัวนอนขดกายอยู่ทาม กลางกองหิมะ ขณะที่ตัวเองยังแข็งแรงพอที่จะเกาะคอนบนยอดไม้อยู่เพียงลำพัง
นกแสงตะวันขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงโผลงมาหานกนางแอ่นตัวหนึ่งที่กำลังกระถดตัวเข้าหาที่กำบังใต้โคนไม้ที่ มันเกาะอยู่ มันกางปีกโอบคลุมตัวนกนางแอ่น ให้ความอบอุ่นอยู่ชั่วขณะ แล้วเอ่ยถามว่า มีหนทางใดที่มันพอจะช่วยเหลือเพื่อน ๆ ได้บ้าง

        "ฉันก็ไม่รู้อะไรมากนักหรอก" นกนางแอ่นขยับตัวพลางตอบอย่างอ่อนแรงกางปีกโอบคลุมตัวนกนางแอ่น ให้ความอบอุ่นอยู่ชั่วขณะ " แต่เคยได้ยินนกอินทรีเขาว่า พอมีทางอยู่เหมือนกัน ถ้ามีใครสามารถบินขึ้นไปเอาเปลวไฟจากดวงอาทิตย์มาได้ แต่ใครจะกล้า..ใครล่ะจะมีแรงพอที่จะบินได้สูงขนาดนั้น" นกนางแอ่นรำพึงด้วยความรู้สึกท้อแท้

เอาละ ๆ ทำใจดี ๆ เข้าไว้ เดี๋ยวฉันจะลองไปถามนกอินทรีเขาดูอีกที รักษาเนื้อ รักษาตัวให้ดีนะ นกนางแอ่น ยังไง ๆ มันก็ไม่มีทางเลวร้ายไปกว่านี้แล้วละ" นกแสงตะวันปลอบ ก่อนโผไปหานกอินทรีที่นอนอยู่ไม่ไกลนัก



วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

บทกวี >> วิหคแห่งใจ

ขอวิหคแห่งใจได้โชนแสง
เพราะความจริงไม่เหมือนกับนิยาย
และไม่คล้ายดังละคอนย้อนบทเก่า
จึงหวาดไหวใจสะท้านอยู่นานเนา
กับเงื้อมเงาวิปโยคและโชคร้าย

เราเดินมาไกลมากจากจุดเริ่ม
แปลบหัวใจดวงเดิมแสนเหน็ดหน่าย
เห็นแต่ความย่อยยับปนอับอาย
กับความล่มแหลกสลายของบ้านเมือง

บางทีการผ่านพ้นจึงค้นพบ
ภาพผู้คนยอมสยบราวสัตว์เชื่อง
ไม่ขัดขวาง ไม่ว้าวุ่น ไม่ขุ่นเคือง
นิ่งมันเสียทุกเรื่องเซื่องเซื่องไป

หยั่งรากลึกในอากาศเฝ้าวาดหวัง
คงสักครั้งรพิพรรณฉายวันใหม่
ระบายรุ่งรุ้งสวยช่วยอวยชัย
ขจัดภัยพ่ายแพ้แก่แผ่นดิน

การเดินทางกลางเถื่อนเหมือนไม่จบ
จึงพานพบเพียงคมลมบาดหิน
ไร้ความหมายไร้ค่าไร้ราคิน
ลมหายใจรวยรินเหมือนสิ้นแรง


วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

สารคดีเด็ก (๑) พระอาทิตย์แสนดี


สารคดีเด็ก (๑) พระอาทิตย์..แสนดี

เราทุกคนต่างมีพ่อมีแม่
สัตว์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น
ต่างก็มีพ่อ มีแม่เหมือนกับเรา
พ่อแม่ คือผู้ที่ทำให้เราเกิดมา
ท่านเลี้ยงดูเรา ให้ความอบอุ่นแก่เรา
แม้แต่โลกที่เราอยู่อาศัยก็มีพ่อแม่
พ่อแม่ของโลกคือ พระอาทิตย์

ทุกทุกเช้า...
พระอาทิตย์จะนำความร้อนและแสงสว่างมาปลุกโลก
ปลุกต้นไม้ให้คลี่ใบบานออกรับแสง
ปลุกฝูงนกกาให้บินออกจากรังไปหากิน
คนและสัตว์ต่างก็พากันตื่นจากหลับ
พระอาทิตย์จะนำความร้อนและแสงสว่างมาปลุกโลก

ทุกชีวิตบนโลกต่างต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์
หรือแสงแดดเพื่อการมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น
ต้นไม้ต้องการแสงแดดในการสร้างอาหารเลี้ยงตัวเองให้เจริญเติบโต
ก่อนที่จะถูกสัตว์กินพืชกัดกินเป็นอาหารอีกที
แล้วสัตว์กินพืชก็กลายเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อและคนเราอีกต่อหนึ่ง
ทุกชีวิตบนโลกต่างต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ หรือแสงแดดเพื่อการมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น
น้ำเค็มในทะเลและมหาสมุทร
ก็ต้องการความร้อนจากดวงอาทิตย์
เพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นน้ำจืด
พระอาทิตย์หรือ ตะวัน มาจากคำเดิมว่า ตา – วันทุกทุกวัน แสงอาทิตย์จะทำให้น้ำตามที่ต่างต่างระเหยกลายเป็นไอลอยขึ้นไปบนฟ้า
แล้วจับกลุ่มรวมกันเป็นก้อนเมฆ
ก่อนที่จะตกลงมาเป็นฝน
เป็นน้ำจืดให้คน สัตว์ ต้นไม้ ได้กินได้ใช้

พระอาทิตย์มีชื่อเรียกหลายชื่อ
บางทีเรียกว่า ดวงอาทิตย์
บางทีก็เรียกว่า ตะวัน
ซึ่งมาจากคำเดิมว่า ตา – วัน

เราเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางขอบฟ้าด้านหนึ่ง
และตกอีกด้านหนึ่ง ตรงที่เดิมทุกวัน
เราจึงเรียกขอบฟ้าด้านที่พระอาทิตย์โผล่ออกมาว่า ทิศตะวันออก
และเรียกขอบฟ้าด้านที่พระอาทิตย์ตกว่า ทิศตะวันตก


ความจริงแล้ว พระอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นหรือตก
เพียงแต่ลอยอยู่เฉยเฉย
โลกของเราต่างหากที่หมุนไป
รอบรอบตัวเองทุกวัน
ทำให้ตาเราเห็นเป็นว่า พระอาทิตย์เคลื่อนที่ไป
และทำให้เกิด กลางวันกลางคืน