วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ร้อยกระบวนสำนวนไทย (๔)


ตำน้ำพริกละลายในแม่น้ำ
เผ็ดจะนำรสได้อย่างไรหนอ
เปรียบงานนิดคิดเสียเพลินจนเกินพอ
เขาเยินยอจ่ายไม่ยั้งหวังคำชม
เอาเนื้อหนูปะเนื้อช้างหวังเอาหน้า
กับมหาเศรษฐีมีเงินถม
เจียดสินทรัพย์อย่างโก้แท้โง่งม
เราล่มจมเขามากเพิ่มแค่นิดเดียว
หวังงานใหญ่อย่าลองเล่นเช่นยาจก
กุ้งฝอยตกปลากะพงคงเสียเที่ยว
ลงทุนน้อยกำไรมากยากนักเชียว
กว่าขับเคี่ยว กว่าได้การ นานนานที
ไม่เห็นน้ำด่วนไปตัดกระบอก
อาจเสียดยอกทุกข์ทนรนหาที่
ยังไม่ถึงเวลาค่าควรมี
ด่วนทำไปก็เปล่าปลี้มีแต่เปลือง
เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้างเอาอย่างเขา
เที่ยวเกลือกกลั้วมัวเมาไม่เข้าเรื่อง
เขามั่งมี เรามีมั่ง ตั้งตาเคือง
เลียนแบบความฟุ้งเฟื่องเซื่องเซื่องไป
กินข้าวร้อน นอนตื่นสายอย่างนายเหนือ
รักสบายอยู่ทุกเมื่อน่าเบื่อไหม
ทุกงานทำก็ฝืนทำเพราะจำใจ

เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งอมือตีน
คอยผัดวันประกันพรุ่งมุ่งผัดผ่อน
ต้องเดือดร้อนเพราะพาทีไม่มีศีล
ใครจะรอต่อให้แน่แม้ปวีน
ยากป่ายปีนความสำเร็จเสร็จทันกาล
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โวหารเปรียบ
ยกทำเนียบวิทยามหาศาล
ยังเป็นรองร้อยรสพจมาน
ที่ขับขานออกไปให้คนยิน
อุปมาขุมคลังแห่งความรู้
ถ้าเก็บอยู่มีแค่ไหนเหมือนไร้สิ้น
ต่อแสดงให้เห็นเป็นอาจิณ
จึงแถวถิ่นปัญญาบ่าไหลไป
เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด
หมายชี้ชัดพัฒนาการอันยิ่งใหญ่
ครั้งบุร่ำโบราณเห็นการณ์ไกล
รังสรรค์ไว้เพื่อรุ่นหลังรังสรรค์ตาม
หวานเป็นลม ขมเป็นยา อาหารจิต
อย่าด่วนคิดไขว้เขวจนเข็ดขาม
เปรียบปากหวานออดอ้อนอาจซ่อนทราม
ที่ป้องปรามมักจะขมด้วยคมคำ
ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ ท่านแนะว่า
อยู่ภายใต้บัญชาอย่าเหยียบย่ำ
ทุกคำสั่งมีไว้ให้คนทำ
ถึงจะขาวหรือดำต้องจำทน


หลงเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาบ้าง
อย่าขัดขวางร่ำไปไร้เหตุผล
ต่อเมื่อถึงโอกาสอำนาจตน
จึงตัดต้นขุดรากกระชากทิ้ง
แม้นยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ไม่เคยสุดความเป็นไปได้ทุกสิ่ง
ตราบทุ่มเทแรงใจให้แรงจริง
ที่ยากยิ่งคงสมหมายเมื่อปลายมือ
อย่าละเลงขนมเบื้องกันด้วยปาก
พูดไม่ยากแต่เคยทำสำเร็จหรือ
ทุกสิ่งสมใช่พะนอใช่อออือ
หากต้องรื้อต้องค้นด้วยตนเอง
รำไม่ดีเที่ยวโทษปี่โทษกลอง
หวังปกป้องหาเหตุผลว่าตนเก่ง
เที่ยวกล่าวโทษทั่วไปไม่ยำเกรง
แท้โคลงเคลงร่อแร่ก็แต่ตัว
ความวัวไม่ทันหายความควายแทรก
ยากจำแนกปัญหามากันมั่ว
ไหนเรื่องงาน เรื่องสอบ เรื่องครอบครัว
ทุกปัญหาสุมหัวพร้อมพร้อมกัน
คับที่พออยู่ได้ไม่ยากนัก
แต่คับใจนี่สิหนักถูกกักกั้น
คนคือสัตว์เสรีที่สำคัญ
ถูกกดดันก็ยากนักจะหักใจ
คิดปลูกเรือนควรตามใจผู้อยู่
คิดผูกอู่ผู้นอนควรวอนได้
เขาย่อมรู้ที่จำเพาะเหมาะกว่าใคร
ว่าตรงไหนเขารักจะพักพิง
เฉกเช่นรักก่อเกิดกำเนิดรัก
ผู้ตระหนักตอบได้คือชายหญิง
ใช่พ่อแม่พี่เพื่อนจะเตือนติง
เขาอาจยิ่งหลงเพริดเตลิดไกล
พลัดห้วงเหวเสน่หาย่อมตาบอด
ละลิ่วลอดทะเลฝันวาบหวั่นไหว
ระลอกรักบังราคีที่หัวใจ
จวบชิดใกล้คุ้นเคยจึงเผยมา
ถึงยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน
ถึงยามชังน้ำตาลพาลแปลบปร่า
เมื่อมีพบก็มีพรากมีจากลา
ธรรมดากฎนาม-ความพอดี
ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร โบราณว่า
อุปมาข้าวเปลือกไม่เลือกที่
หล่นที่ไหนงอกที่นั่นได้ทันที
ข้าวสารซีมีแต่หดหมดเปลืองไป
เปรียบข้าวสารคือสตรีมีขอบเขต
สังคมคอยสังเกตตีตราให้
นั่นกากี นี่วันทอง หญิงสองใจ
รุมกันไล่ ขุดด้วยปาก ถากด้วยตา
ยุให้รำ ตำให้รั่ว ยั่วให้คิด
ถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก ปลูกกังขา
เคยรักกันชอบกันเนิ่นนานมา
คอยยุแหย่นานาจนแตกกัน
ต่างเคียดขึ้งถือโทษ ต่างโกรธกล้า
ขิงก็รา ข่าก็แรง แข่งเย้ยหยัน
กลืนไม่เข้า คายไม่ออก บอกไม่ทัน
ว่าต่างดื้อดึงดันขาดปัญญา
ถึงอย่างไรฆ่าไม่ตาย ขายไม่ขาด
ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติไม่อาจหา
โกรธกันบ้างเกลียดกันบ้างบางครั้งครา
ถึงเวลากลับคืนมีไมตรีเดิม
ธรรมดาไม้ลำเดียวยัง ต่างปล้อง
พี่กับน้องยังต่างใจใครแทรกเสริม
อาจเห็นผิดพลั้งเพราะเขาเฝ้าแต่งเติม
แต่จุดเริ่มย่อมมีตน เป็นคนตรอง
สิบปากว่าไม่เท่าสองตาเห็น
เรื่องลับเร้นทั้งหลายในโลกผอง
เพียงฟังเขาเล่าว่าอย่าลำพอง
ต่อตามองนั่นแหละเห็นว่าเป็นจริง
เพราะหลงเชื่อนกมีหู หนูมีปีก
มันจึงฉีกเยื่อใยในทุกสิ่ง
ทางนี้ยุ ทางนั้นแยง หวังแย่งชิง
คิดแอบอิงอกปลอบครอบครองแทน
มือถือสาก ปากถือศีล เที่ยวปีนป่าย
ตะเกียกตะกายทำท่าว่าดีแสน
แท้จิตใจหมกมุ่นแต่ขุ่นแค้น
เผลอเป็นโดดโลดแล่นเข้าทำร้าย
รู้ว่าเสืออย่าเอาเรือเข้าไปจอด
วิสัยมอดย่อมกัดไม้ให้เสียหาย
รู้ว่าเขาเฝ้าจ้องจะทำลาย
อย่าใกล้กรายให้โอกาสอำนาจมัน
มือไม่พาย(อย่า)เอาเท้าราน้ำ
ไม่ช่วยทำยังคอยขัดสกัดกั้น
ประสาคนศรศิลป์ไม่กินกัน
ย่อมเดียดฉันท์ขวางคำอยู่ร่ำไป
รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีทั้งที่รู้
รู้ทั้งรู้เหมือนเป็ดขันประชันไก่
เก่งของเขาเราต่างห่างกันไกล
ยังอวดดีอวดได้ไม่เจียม ตน
สร้างวิมานในอากาศวาดความฝัน
สร้างสวรรค์เพียงในใจไม่เกิดผล
ทุกปัจจัยไร้สิ้นยากดิ้นรน
จำใจทนทำใจไปวันวัน
คิดแข่งเรือแข่งแพพอแข่งได้
วาสนาหาใช่ไปแข่งขัน
หิ่งห้อยน้อยหรือจะแข่ง กับแสงจันทร์
ขืนประชันคนเขารู้คงดูเบา
ยกภูเขาออกจากอกปลงตกได้
ยามวัวไม่กินหญ้าอย่าข่มเขา
ไม่มีใครชอบบังคับยากรับเอา
ขืนขัดเข้าเขาจะเหยียดพาลเกลียดชัง
เถอะวันพระมิได้มีหนเดียว
มีรกเรี้ยวก็คงมีที่ราบมั่ง
ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน ตราบคนยัง
ย่อมต้องมีสักครั้งดั่งใจปอง
กระดูกแตกจะไม่ให้ขนร่วง
ยอมรับทุกข์ทั้งปวงห่วงทั้งผอง
เพื่อศักดิ์ศรีของคนที่ตนครอง
จะปกป้องเกียรติไว้ไม่ให้อาย
วิสัยเสือสิ้นตวัก สุนัขจนตรอก
เมื่อทางออกของชีวิตปิดทุกสาย
มันย่อมหันหน้าสู้ผู้ มุ่งร้าย
ต่อเมื่อถึงที่ตายจึงพ่ายแพ้
เปรียบกับสัตว์เดียรัจฉานสันดานต่ำ
มันมักทำคู่ต่อสู้พอรู้แน่
ว่าใครคือผู้ชนะคือผู้แพ้
หมายเพียงแค่กำหนดบทเรียนรู้
มนุษย์ผู้มีสมองตรองเหตุผล
จึงควรตนอย่าซ้ำเติมคู่ต่อสู้
เหลือทางหนีทีไล่ให้ศัตรู
ให้เขารู้ยอมแพ้และยอมรับ
บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ควรครุ่นคิด
กฎแห่งผู้พิชิต..ผู้ติดกับ
รู้ผ่อนปรน รู้อภัย ไม่ถมทับ
เจียดห้องหับไมตรี...ดีเข้าไว้
สรรพสิ่งย่อมสัมพันธ์กันทั้งหล้า
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ต่างอาศัย
เกาะเกี่ยวกันเป็นเหตุเป็นปัจจัย
จึงยังให้อยู่สุขทุกเผ่าพันธุ์.....

 




ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น